ความทรงจำในวัยเด็ก

posted on 05 Aug 2012 08:12 by snoopy77k
เกือบลืมไปแล้วความทรงจำนั้น....กับความคิดอะไรแปลกๆLaughing
....
......
........
ย้อนกลับไปตอนสมัยประมาณ ป.2
ช่วงนั้นมีเพื่อนเล่นแถวบ้านสามสี่คน
หลังเลิกเรียนหรือช่วงวันหยุด
รวมไปถึงเล่นกับพี่น้องด้วย
บรรยากาศร่มรื่นต้นไม้มากมายในสวนรอบบ้าน
อ่างปูนเลี้ยงปลาหางนกยูงสีเขียว
และโรงจอดรถ
...........
ทุกๆวันจะมีช่วงเวลาที่ได้เฝ้ามองสิ่งเหล่านี้
ไปพร้อมๆกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเด็กๆ
พี่น้อง เพื่อนบ้าน
.......
.........
แต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่ชอบจินตนาการคนเดียว
คิดอะไรไปเรื่อยอยู่คนเดียว
.......
........
อยู่ดีๆก็มีความคิดนึงฟุ้งขึ้นมา
ตอนที่นั่งแกว่งขาอยู่หลังรถกระบะหน้าบ้านตอนเย็นๆ
มองท้องฟ้าและก้อนเมฆ
มองดูพี่ๆเล่นกันกับเพื่อนบ้าน
มองดูน้องๆวิ่งไปวิ่งมา
แล้วก็มองดูตัวเองที่กำลังคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ
ก้มมองร่างกายตัวเอง
ตั้งแต่มือ แขน ตัว ขา เท้า
การขยับของร่างกาย
การมองออกไปยังโลกภายนอก
และความรู้สึกนึกคิดในหัว
การพูดเปล่งเสียงออกจากร่างกาย
มองดูสิ่งแวดล้อมต่างๆ ต้นไม้ น้ำ สัตว์ ท้องฟ้า ก้อนเมฆ พระอาทิตย์
โลกกว้างใบนี้ ตลอดจนท้องฟ้า อวกาศที่แสนกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ่นสุด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราตั้งแต่ใกล้จนไกลออกไป
ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า....
ความรู้สึกนี้ที่เหมือนกับจิตใจของเรานั้นโดนขังอยู่ในร่างกายนี้
มันทำไมออกไปข้างนอกไม่ได้
และทำไมเราถึงรู้สึกเพียงแค่คนเดียว
แล้วคนอื่นๆที่เรามองเห็นล่ะ เค้าจะเป็นเหมือนกับเรามั้ย
ภาพต่างๆที่เรามองเห็นผ่านลูกตาคู่นี้
เสียงที่เราได้ยินผ่านหูสองข้าง
และความคิดและจิตใจที่อยู่ในร่างกายคนเรานั้น
ถ้าเค้าไม่ได้รู้สึกแบบที่เรารู้สึกล่ะ 
พวกเค้าเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือเป็นเพียงอะไรสักอย่างที่มีคนกำหนดหรือตั้งค่าให้เป็นอย่างที่เราเห็นหรือป่าว
ตอนนั้นนั่งเฉยๆและคิดค้นหาคำตอบและความเข้าใจให้ตัวเอง
ไปเรื่อยเปื่อย จนทำให้รู้สึกกลัวเพราะมันไร้ซึ่งคำตอบ สำหรับเด็กป.2
ก็เลยได้แต่บอกตัวเองว่า หยุดคิดเถอะ! แล้วก็เดินเข้าบ้านไปเงียบๆคนเดียว
ไม่ได้เล่าหรือถามใครสักคน .... จนลืมเรื่องราวความคิดแบบนี้ไป
และใช้ชีวิตประจำวันปกติ
 
....
....
แต่ก็มีบ้างบางครั้งในช่วงชีวิตตอนนั้น
เวลาที่อยู่คนเดียวและเฝ้าดูคนรอบข้างและสิ่งรอบข้าง
ก็เผลอคิดถึงความคิดและความรู้สึกแปลกๆแบบนั้นขึ้นมาอีกในบางครั้ง
และก็ทำให้รู้สึกกลัวและเคว้งคว้างทุกครั้ง จนต้องบอกตัวเองให้เลิกคิด
และไปหาอะไรทำให้ลืมๆมันไป
.....
....
เมื่อเวลาผ่านไป....
สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง
ก็กลืนกินความทรงจำของความคิดประหลาดเหล่านั้นให้จางหายไป
 
...
....
....
จนตอนนี้ อายุ 28 แล้ว อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้
ว่าช่วงชีวิตนึงนั้น เคยมีความคิดและจินตนาการแบบนั้น
แต่ปัจจุบันก็ยังแอบคิดว่า .... ความรู้สึกตอนนั้นมันมีนัยสำคัญอะไรที่ซ่อนเร้นหรือป่าว?? 
 
....
....
และก็อยากรู้ว่า ... มีใครเคยคิดแบบนี้กันบ้างมั้ย??? 
 
 
.... พอกลับมาคิดอีกที ก็กลัวจะลืมไปอีก
เลยเอามานั่งเขียนลงบล๊อคดีกว่า 
ทุกครั้งที่คิดถึงความคิดประหลาดๆแบบนั้น
มันก็เป็นเรื่องที่ สนุกและแปลกดีเนอะ ^^Surprised

edit @ 5 Aug 2012 08:42:18 by นู๋น้ำ

untitled

posted on 26 Aug 2011 09:26 by snoopy77k
"กี่ทีที่" รอยยิ้ม ปกปิด ความเหงา
"กี่ครั้งที่" ความเศร้า ถูกบังด้วย ความวุ่นวาย..
"กี่เสียงหัวเราะ" ที่กลบเกลื่อน ใจที่หาย
"กี่หนที่ระบาย" โดยที่ไม่มีใคร ได้รับรู้เลย ...!!
 
 
ใบไม้ร่วง " บางใบ ".. 
ไม่ได้หมายความว่า..ต้นไม้จะต้องตาย 
การสูญหายของ " บางคน ".. 
ไม่ได้หมายความว่า..เราจะต้องตายเช่นกัน..
 
 
...บางครั้ง...ความดีของเรา ก็ซื้อใจใครไม่ได้...
แต่...มันจะซื้อความภูมิใจให้ตัวเราเองได้ ..
"อย่าเอาความดีไปซื้อใจคน...
จงเอาตัวตนของเราไปแลกใจเค้ามา"...!!

New friend Day

posted on 21 Jul 2011 07:08 by snoopy77k
วันนี้เป็นวันพิเศษวันหนึ่งที่น่าจดจำ เพราะนู๋น้ำได้เพื่อนใหม่ทั้งวันเลย
เริ่มจาก....
นัดเจอเพื่อนที่เรียนด้วยกันที่เมืองไทยที่งานรับปริญญาพี่สาวเพื่อน
ที่ Royal Festival Hall ข้างๆ Waterloo underground
ได้เพื่อนใหม่ ชื่อ อ้อม ... น่ารักมากเลย ^^ เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีนึง
พอถ่ายรูปกันได้สักแปบ ก็ขอตัวแยกกลับก่อน เนื่องจาก เกรงใจคนอื่นจัง^^"
จากนั้น....
ก้อไปหา นีน่า ที่คอนโด เนื่องจากไม่อยากกลับบ้าน
ไปถึงก้อ ซัดข้าวไปจานนึง เนื่องจากหิวมว๊ากกกกกกกก ฮ่าๆๆFoot in mouth
สักแปป เพื่อนนีน่าก็กลับมา ทำกับข้าวกินกันต่ออีก
ได้รู้จักเพื่อนใหม่อีก สี่คน (นน พีช จูล่ง นำ)... หนุกหนานกันมาก
ได้ดูดวงด้วยแหละ เสียไป 10 ปอนด์ ฮ่าๆๆๆ ถามเยอะแยะจนไม่รู้จะถามอะไร Foot in mouth
กินข้าวนั่งเล่น นั่งคุยกันสนุกสนาน แล้วก็ถ่ายรูปเล่นกัน น่ารักมากเลยอ่ะ
จนสี่ทุ่มกว่าก็กลับบ้าน นั่งทูปกลับมาถึงสถานี Turnpike Lane 
เจอคนดำวัยรุ่นๆเดินเข้ามาทักสะกิดแขนแล้วก้อถามชวนไปไหนก้อไม่รู้
เราก็เลยบอกว่า ไม่ไปคะ เค้าก็เลยชวนเราคุยถามโน่นถามนี่ จนถึงทางแยก
ก็เลยแยกกัน แล้วเค้าจบการสนทนาด้วยคำว่า Nice to meet you แต่ไม่ได้ถามชื่อกัน ฮ่าๆๆ
 
สรุปว่า วันนี้ รู้จักเพื่อนมากขึ้น 5 คน และไม่รู้จักแต่ทักทายกันอีก 1 คน ก่อนกลับบ้านนอน ^^ 

edit @ 22 Jul 2011 07:09:06 by นู๋น้ำ